<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี ทดลองวัคซีนโควิดในลิงได้ผลน่าพอใจ เตรียมรับอาสาสมัครทดลองในคนเดือนต.ค นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;11ก.ค.63-&amp;ldquo;สุวิทย์ &amp;quot; เผยข่าวดีหลังทดสอบวัคซีนโควิด เข็มที่สอง สร้างภูมิคุ้มกันได้ระดับสูง เดินหน้าทดสอบในมนุษย์ เปิดรับอาสาสมัคร เดือน ส.ค. &amp;ndash; ก.ย.นี้ ก่อนทดสอบเข็มแรก เดือน ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่าผลการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทยโดยใช้สารพันธุกรรมของเชื้อ &amp;ldquo;ชนิด mRNA&amp;rdquo; ในลิง หลังจากเข็มที่สอง ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อได้ในระดับสูงเป็นที่น่าพอใจ และลิงทุกตัวมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีผลข้างเคียงจากวัคซีน โดยหลังจากที่ฉีดวัคซีนเข็มที่สองไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไปแล้วสองสัปดาห์ นักวิจัยได้เจาะเลือดมาทำการทดสอบการสร้างภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีชนิดที่ยับยั้งเชื้อหรือ Neutralizing antibody นั้น ถือเป็นข่าวดีมากที่พบว่าลิงที่ได้รับวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีมาก&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นจึงได้ตกลงเดินหน้าต่อไปตามแผนที่จะเริ่มทดสอบในมนุษย์ในเดือน ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.อว. กล่าวต่อว่า ขอแสดงความยินดี ทีมนักวิจัยของศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาฯสำหรับการดำเนินการต่อไปนั้น จะดำเนินการคู่ขนานไปพร้อมกันเพื่อให้ได้วัคซีนอย่างรวดเร็ว โดยการทดสอบในมนุษย์ ซึ่งจะเริ่มสั่งการผลิตวัคซีนในสัปดาห์หน้าเพื่อจะใช้ในการทดสอบในมนุษย์ โดยจะเริ่มรับอาสาสมัครในเดือน ส.ค. &amp;ndash;ก.ย. และจะฉีดเข็มแรกในมนุษย์ในเดือน ต.ค.นี้ การทดสอบนั้นจะทำทั้งหมด 3 ระยะ รวมทั้งจะเตรียมการผลิตให้เพียงพอและเตรียมขึ้นทะเบียนวัคซีน โดยประสานกับผู้ผลิตวัคซีนทั้งในภาครัฐและเอกชนเพื่อให้มีความพร้อมที่จะผลิตให้พร้อมใช้ รวมทั้งร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยีกับต่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องวัคซีนอย่างมากและได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ท่านได้มอบนโยบายเพื่อให้คนไทยสามารถมีวัคซีนอย่างรวดเร็วเป็นลำดับแรกๆ เมื่อสามารถพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จ โดยมอบให้ อว. และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินงานในเชิงรุก ทั้งโดยการวิจัยและพัฒนาในประเทศ และร่วมมือกับต่างประเทศ รวมทั้งเตรียมการผลิตให้ทันท่วงทีและเพียงพอ ในขณะนี้ ยังได้เจรจาหารือกับต่างประเทศในการร่วมวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีและเตรียมการผลิตไว้ด้วยแล้ว&amp;rdquo; นายสุวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผอ.ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทย์ศาสตร์ และ ดร.สุจินดา มาลัยวิจิตรนนท์ ผอ.ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แจ้งว่าผลการทดสอบที่น่าพอใจนี้เป็นกำลังใจให้ทีมวิจัยว่าจะสามารถพัฒนาวัคซีนได้และแสดงศักยภาพการวิจัยและพัฒนาวัคซีนในประเทศไทย ที่นับว่าเป็นการวิจัยที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้ โดยก้าวต่อไปและรายละเอียดการวางแผนในการผลิต เพื่อทดสอบในอาสาสมัคร รวมทั้งการวางแผนในการผลิตในประเทศเพื่อใช้ให้เพียงพอในประเทศ จะมีการแถลงโดยละเอียดในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563 เวลา 9.00 น ที่ตึกภูมิสิริ ชั้น 12 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71154</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, #อว., #โควิด-19, ดร.สุวิทย์  เมษินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f0702a7d7da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.เตรียมนำ&quot;กาฬสินธุ์โมเดล &quot;ในโครงการยุวชนอาสา ไปใช้กับหลายพื้นที่ หลังทำให้จีดีพีจังหวัดโตขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17มิ.ย.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการลงพื้นที่เพื่อรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการยุวชนอาสา เฟส 1 ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า ตนพอใจกับผลการดำเนินงานโครงการยุวชนอาสา อย่างมาก โดยโครงการยุวชนอาสาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในกาฬสินธุ์ ดีขึ้น ขยับจากอันดับ 75 มาอยู่อันดับที่ 68 ของประเทศถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ และที่สำคัญนักศึกษายังโอกาสต่อยอดทางธุรกิจผ่านกองทุนยุวสตาร์ทอัพ โดย อว.จะนำกาฬสินธุ์โมเดลไปขยายผลทั่วประเทศ ผ่านโครงการเงินกู้ 4 แสนล้าน ที่ อว.เสนอของบประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาจ้างงานผ่านโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย โดยจะมีการจ้างงานบัณฑิตที่เพิ่งจบการศึกษา บัณฑิตที่ตกค้าง รวมทั้งคนที่ต้องการเปลี่ยนงานมาทำงานกับชุมชนกว่า 7,000 ตำบลทั่วประเทศจำนวน 2 แสนคน ระยะเวลา 1 ปี ได้เงินเดือน 15,000 บาท และจ้างนักศึกษาระดับปี 3-4 จำนวน 1 แสนคน ลงไปทำงานกับชุมชนในระยะเวลา 1 ปีเช่นกัน โดยคาดว่าโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยจะเริ่มได้ในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมรู้สึกภูมิใจและดีใจกับนักศึกษาที่ได้เห็นปัญหาที่แท้จริงของชาวบ้าน และนำความรู้ของตัวเองไปเป็นประโยชน์ การทำงานร่วมกันกับเพื่อนๆ ทำงานเป็นทีม ทำงานข้ามศาสตร์ ทำงานกับชาวบ้าน ได้เรียนรู้จากการลงมือทำเอง มีงานที่ท้าทายไม่เคยทำมาก่อน พร้อมปรับตัวหลังเกิดโควิด-19 เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ต้องกล้าคิด กล้าฝัน กล้าล้ม กล้าลุก ไม่หยุดคิด ไม่หยุดฝัน &amp;ldquo;กัดไม่ปล่อย&amp;rdquo; และสร้างสรรค์เพื่ออนาคต เป็น Future Changer ได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้โครงการได้มีการคัดเลือกผลงานของนักศึกษาจาก 83 โครงการที่นักศึกษาทำร่วมกับชุมชนและชาวบ้านมาต่อยอดทางธุรกิจ ปรากฏว่า มี 5 โครงการที่ได้รับสิทธิ์และทุนเข้าร่วมโครงการพัฒนาแนวคิดเพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจนวัตกรรมมูลค่า 1 แสนบาทจากกองทุนยุวสตาร์ทอัพ ได้แก่ 1. โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพระบบเติมอาอาศในบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามด้วยเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ จากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ 2. โครงการพริกพีค จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 3.โครงการการใช้เทคโนโลยีการอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 4. โครงการอีซี่ ทริป จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม และ 5. โครงการการวางแผนธุรกิจระบบเกษตรอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68970</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., กาฬสินธุ์โมเดล, ดร.สุวิทย์  เมษินทรีย์, ยุวชนอาสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9de9d10c41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สุวิทย์ เมษินทรีย์” รมว.การอุดมศึกษาฯ ลงพื้นที่ลุยขอนแก่น ติดตามโครงการ อว.จ้างงาน ผู้ได้รับผลกระทบจาก โควิด - 19 ในภาคอีสาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ดร.สุวิทย์&amp;nbsp; เมษินทรีย์&amp;nbsp; รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการจ้างงานผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด - 19&amp;nbsp; ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น โดยจุดแรกเดินทางรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการจ้างงานผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด -19 เพื่อการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชน&amp;nbsp; ณ ที่ทำการเทศบาลตำบลบ้านแฮด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ &amp;ldquo;อว.จ้างงานระยะที่ 1&amp;rdquo; จำนวน 9,710 อัตรา จากหน่วยจ้างงาน 42 หน่วยงานของ อว.ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 9,000 บาท เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาทำงานร่วมกับ อว.ทั้งนี้ โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชน เป็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีเป้าหมายการดำเนินงาน มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ด้วยยุทธศาสตร์สูงวัยสร้างเมือง ด้วย 5 อ. 5ก. ได้แก่ การสร้างความมั่นคงด้านอาหาร การส่งเสริมการออกกำลังกาย การส่งเสริมอาชีพ การสนับสนุนให้มีการออม การส่งเสริมการเป็นอาสาสมัคร และนอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนเกี่ยวกับ การป้องกันและอุบัติเหตุในผู้สูงอายุ การดูแลต่อเนื่อง การพัฒนาชมรมผู้สูงอายุ การตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ และการจัดให้มีศูนย์กายอุปกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชน แบ่งการทำงานเป็น 4 เดือน เดือนที่ 1 เรียนรู้วิธีการทำงานเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่และสำรวจข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้องการดูแลผู้สูงอายุ เดือนที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูล และนำเสนอข้อมูล เพื่อการวางแผน ออกแบบกิจกรรม การดำเนินงานในการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ร่วมกับชุมชน เดือนที่ 3 ดำเนินกิจกรรมตามแผนที่ได้กำหนด โดยเน้นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน 5 อ. 5ก. และเดือนที่ 4 สรุปบทเรียนร่วมกับชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชน เพื่อเรียนรู้รูปธรรมการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งพัฒนาทักษะเกี่ยวกับ การสำรวจข้อมูลและการนำใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการพัฒนาออกแบบกิจกรรมการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น และการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและสร้างความเข้าใจและเห็นโอกาสในการพัฒนาตนเองเพื่อต่อยอดการออกแบบงานและกิจกรรมที่นำไปสู่การเป็นผู้ประกอบการในประเด็นที่สนใจเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ โดยโครงการ อว.สร้างงานในระยะที่ 1 ที่มหาวิทยาลัยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการมากที่สุด จำนวน 2,845 คน รองลงมาเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จำนวน 2,777 คน และ&amp;nbsp; มหาวิทยา ลัยราชภัฏอุดรธานี จำนวน 1,267 คน ส่วนยอดผู้สมัครตามภูมิภาค ภาคอีสาน มากที่สุด&amp;nbsp; 8,108 คน ภาคใต้&amp;nbsp; 4,697 คน ภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3,376 คน ภาคกลาง&amp;nbsp; 1,122 คน และ ภาคตะวันออก&amp;nbsp; 275 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุวิทย์&amp;nbsp; เมษินทรีย์&amp;nbsp; รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ดร.สุวิทย์ เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&amp;nbsp; มีประเด็นหารือ คือ การร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฐานราก ในโครงการจ้างงานของ อว. และโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความยากจนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุวิทย์ เปิดเผยว่า โครงการ อว.จ้างงานระยะที่ 1 ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก เพราะทุกคนได้เห็นช่องทางที่จะไปต่อ และมหาวิทยาลัยหรือหน่วยจ้างงานทั้งหมด ยังจะมีการปรับปรุงทักษะ เพิ่มและพัฒนาทักษะให้ประชาชนที่ได้รับการจ้างงาน นำไปใช้ในวิชาชีพในอนาคต เช่น การเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ ถือเป็นการติดอาวุธทางปัญญา หรือ หากสนใจจะเป็นผู้ประกอบการ อว.มีกองทุนเริ่มต้นธุรกิจให้ ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังโควิด &amp;ndash; 19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่สำคัญ ขณะนี้ ตนจะเริ่มโครงการ อว.ระยะที่ 2 ซึ่งสำนักงบประมาณได้อนุมัติได้จัดสรรรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 งบกลางเพื่อจ้างงานให้กับโครงการ อว.จ้างงานระยะที่ 2 แล้ว จำนวน 883,386,000 บาท รวมอัตราจ้างทั้งสิ้น 32,718 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 9,000 บาท ระยะเวลาการจ้าง 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. - 30 ก.ย.2563 โดยจะมี 70 หน่วยงานของ อว.เป็นผู้จ้าง&amp;rdquo; ดร.สุวิทย์ กล่าวและว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนที่ว่างงาน จำนวน 32,718 คน มีงานทำ และได้รับการพัฒนาทักษะในการทำงานในด้านต่างๆ ทางด้านวิชาการเพื่อต่อยอดเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพต่อไปได้ เช่น&amp;nbsp; ทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหาชุมชน การพัฒนานวัตกรรมทางสังคม&amp;nbsp; ทักษะทางวิทยาศาสตร์ และสังคมเฉพาะด้าน ทักษะการวิเคราะห์และจัดทำฐานข้อมูล เช่น ข้อมูลพื้นฐานของประชากร ด้านการเกษตร เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว&amp;nbsp; ของแต่ละชุมชน ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้ประการเอสเอ็มอี เป็นต้นขณะนี้หน่วยจ้างงานทั้ง 70 แห่ง อยู่ระหว่างเปิดรับสมัครงาน ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68926</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สุวิทย์  เมษินทรีย์, วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), โควิด - 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee98d373a94b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
